เกม: God of War Sons of Sparta
แพลตฟอร์ม : PS5
ภาษา: อังกฤษ และ (ซับ) ไทย
ราคา: 1,059 บาท
วันวางจำหน่าย: 12 กุมภาพันธ์ 2026
เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดในงาน State of Play ครั้งล่าสุด เมื่อ God of War: Son of Sparta ประกาศเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายทันที! ตัวเกมฉีกแนวจากแอ็กชัน 3D มุมมองบุคคลที่สาม สู่เกมแนว 2D Metroidvania ที่เน้นการสำรวจและปลดล็อกความสามารถใหม่ ๆ พัฒนาโดย Mega Cat Studios ภายใต้การดูแลของ Santa Monica Studio
ความพิเศษอยู่ที่การพาผู้เล่นย้อนกลับไปยังช่วงวัยเยาว์ของ Kratos พร้อมการกลับมาของเสียงพากย์ระดับตำนานอย่าง Terrence C. Carson ที่แฟนเกมรุ่นเก๋าคุ้นเคยกันดี การผจญภัยครั้งใหม่นี้แม้จะมาในรูปแบบที่แตกต่าง แต่ยังคงกลิ่นอายความดิบ โหด และดราม่าตามสไตล์ซีรีส์ไว้อย่างครบถ้วน
เนื้อเรื่อง
หตุการณ์ในภาคนี้เกิดขึ้นก่อนภาคแรกอย่าง God of War หลายปี ในช่วงที่ Kratos อายุเพียง 13 ปี และน้องชายของเขา Deimos อายุ 11 ปี ทั้งสองกำลังเข้ารับการฝึกสุดโหดในค่ายทหาร Agoge แห่งสปาร์ตา ซึ่งเป็นระบบการฝึกที่หล่อหลอมเด็กชายให้กลายเป็นนักรบที่ไร้ความปรานี
วิธีการเล่าเรื่องถือเป็นจุดเด่นสำคัญของภาคนี้ เพราะเกมเลือกใช้รูปแบบ “นิทานสอนใจ” โดยมี Kratos ในวัยผู้ใหญ่ (ให้เสียงโดย Terrence C. Carson) เป็นผู้เล่าเหตุการณ์ในอดีตให้ Calliope ลูกสาวของเขาฟัง ทำให้เรื่องราวมีมิติทางอารมณ์มากขึ้น และสะท้อนความรู้สึกผิด ความสูญเสีย และบาดแผลในใจที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตั้งแต่วัยเยาว์
สิ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษ คือการสอดแทรกเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อบุคลิกของ Kratos ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากระบบการฝึก ความคาดหวังของสปาร์ตา หรือความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับ Deimos รวมถึงการปรากฏตัวของตัวละครสนับสนุนอย่าง Atreus แห่งสปาร์ตา ทหารร่วมรุ่นผู้เป็นที่มาของชื่อลูกชาย Kratos ในยุค Norse ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจักรวาลเกมได้อย่างแนบเนียน
แน่นอนว่าอีกหนึ่งจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ตัวเกมรองรับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้เล่นชาวไทยโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ความประทับใจแรกกลับกลายเป็นความผิดหวังทันทีที่เกมโหลดขึ้นมา เพราะหน้าจอเริ่มต้นเผยให้เห็นปัญหาการแสดงผลตัวอักษรภาษาไทยอย่างชัดเจน สระและวรรณยุกต์จัดวางผิดตำแหน่ง บางจุดลอย บางจุดซ้อนทับกันอย่างไม่เป็นระเบียบ คาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการเลือกใช้ฟอนต์ที่ยังไม่รองรับการจัดวางอักษรไทยได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อเข้าสู่ตัวเกมจริง สถานการณ์ถือว่าดีขึ้นในระดับหนึ่ง ฟอนต์มีความชัดเจน อ่านได้สบายตามากกว่าเดิม แต่ปัญหาการซ้อนทับของสระและวรรณยุกต์ยังคงปรากฏให้เห็นเป็นระยะ ตัวอย่างชัดเจนคือคำว่า “ที่” ซึ่งแสดงผลผิดเพี้ยนกลายเป็น “ที” เนื่องจากไม้เอกถูกสระอีทับจนมองไม่เห็น ทำให้ความหมายผิดเพี้ยนและลดทอนความลื่นไหลในการอ่านบทสนทนา
แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ในสายตาบางคน แต่สำหรับเกมที่เน้นการเล่าเรื่องและอารมณ์อย่างเข้มข้น ปัญหาการแสดงผลภาษาถือว่าส่งผลต่อประสบการณ์โดยตรง เสียดายครับอันที่จริงทีมแปลภาษาแปลออกมาดีมากครับ แต่การแสดงผลผิดพลาดทำให้ความหมายที่สื่อออกมาเพี้ยน
เกมเพลย์
เกมเพลย์ของ God of War: Son of Sparta เปลี่ยนรูปแบบจากภาคหลักอย่างชัดเจน จากแอ็กชัน 3D มุมกล้องใกล้ตัวละคร กลายมาเป็นสไตล์ 2D Side-scrolling แบบ Metroidvania ที่เน้นการสำรวจแผนที่เป็นฉากๆ เชื่อมต่อถึงกันเป็นผืนเดียว ผู้เล่นต้องค่อย ๆ ปลดล็อกอุปกรณ์และความสามารถใหม่ เพื่อเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ที่เคยไปไม่ถึงในช่วงต้นเกม
อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้ผู้เขียนสับสนในช่วงแรกคือ ตัวเกมแทบไม่ได้อธิบายโครงสร้างการเล่นลักษณะนี้ไว้อย่างชัดเจน หลายครั้งเดินไปจนสุดทางแล้วชนกำแพงพลังงาน หรือพื้นที่ต้องห้ามที่ยังเข้าไม่ได้ แถมบางจุดเมื่อพยายามฝืนเดินต่อก็ทำให้หลอด HP ลดลง จนเข้าใจผิดว่ามาถูกทาง
กระทั่งเล่นไปได้ระยะหนึ่งและปลดล็อกอุปกรณ์หรือความสามารถใหม่ จึงเริ่มตระหนักว่าเส้นทางที่เคยตัน แท้จริงแล้วถูกออกแบบมาให้ “ย้อนกลับมาใหม่” เมื่อเราพร้อมมากขึ้น เมื่อกลับไปยังจุดเดิมพร้อมสกิลใหม่ ผู้เล่นจะสามารถเปิดทาง ทำลายสิ่งกีดขวาง หรือผ่านอุปสรรคที่เคยเป็นไปไม่ได้ และก้าวเข้าสู่พื้นที่ถัดไปได้อย่างราบรื่น
แม้ช่วงต้นอาจทำให้ผู้เล่นบางคนงงหรือหลงทาง แต่เมื่อเข้าใจจังหวะของเกมแล้ว โครงสร้างแบบนี้กลับช่วยเพิ่มความรู้สึกท้าทายและความภูมิใจทุกครั้งที่ค้นพบเส้นทางใหม่ ทำให้การสำรวจโลกของสปาร์ตาในมุมมอง 2D มีเสน่ห์ในแบบของมันเอง
ด้วยความที่เป็นเหตุการณ์ช่วงวัยหนุ่ม Kratos จึงเปลี่ยนมาใช้ “หอกและโล่” แทน Blades of Chaos ทำให้จังหวะการต่อสู้ช้าลง หนักแน่น และต้องแม่นยำมากขึ้น ระบบ Parry มีบทบาทสำคัญ โดยใช้การอ่านสีท่าโจมตีคล้าย God of War Ragnarök — ท่าเหลืองปัดป้องได้ ท่าแดงต้องหลบเท่านั้น และท่าน้ำเงินต้องบล็อกให้ถูกจังหวะ
การหลบ (Dodge) จึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในฉาก 2D ที่พื้นที่จำกัด บางสถานการณ์การหลบปลอดภัยกว่าการฝืน Parry เสียอีก และอย่าคิดว่าเป็นแค่ Metroidvania แล้วจะง่าย เพราะความอึดอัดของพื้นที่และจังหวะโจมตีศัตรูสามารถทำให้หัวร้อนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ในด้านการพัฒนาตัวละคร ตัวเกมมีผังทักษะ (Skill Tree) 3 สายหลัก ได้แก่ พลังโจมตี การป้องกัน และการเคลื่อนที่ เปิดโอกาสให้ผู้เล่นปรับแต่งแนวทางการเล่นได้ตามสไตล์ของตนเองอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันยังมีระบบปรับแต่งอาวุธ สามารถเปลี่ยนหัวหอก ด้าม ท้ายหอก และขอบโล่ เพื่อเพิ่มค่าสถานะหรือปลดล็อกสกิลพิเศษ อย่างไรก็ตาม การอัปเกรดบางส่วนทั้งใน Skill Tree และอาวุธ อาจต้องอาศัยการย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เดิม (Backtracking) ซ้ำ ๆ เพื่อเก็บของให้ครบถ้วนตามเงื่อนไข
ด้านปริมาณคอนเทนต์ถือว่าอิ่มคุ้ม เพราะเฉพาะเนื้อเรื่องหลักก็ใช้เวลาเล่นราว 18–22 ชั่วโมง สำหรับเกมแนว 2D Metroidvania ถือว่าแน่นพอตัว และเมื่อเล่นจบยังปลดล็อกโหมด The Pit แนว Roguelike ที่ให้สู้ศัตรูเป็นเวฟต่อเนื่อง จะเล่นคนเดียวหรือแบบ Local Co-op ก็ได้ เพิ่มความท้าทายและความสนุกต่อได้อีกยาว ใครเป็นสาย Metroidvania บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง
Verdict
God of War: Son of Sparta คือภาคแยกที่กล้าฉีกสูตรเดิม และแม้จะเปลี่ยนมาเป็น 2D Metroidvania แต่ยังคงแก่นของซีรีส์ไว้ได้ชัดเจน โดยเฉพาะ “ระบบการต่อสู้” ที่เป็นจุดแข็งสำคัญ การใช้หอกและโล่ทำให้จังหวะการเล่นเน้นความแม่นยำ การอ่านสีท่าโจมตี การ Parry และ Dodge ในพื้นที่จำกัดแบบ 2D สร้างความกดดันและความสะใจทุกครั้งที่เอาชนะศัตรูได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ความยากช่วงต้นเกม การต้อง Backtracking เพื่อฟาร์มทรัพยากร และมุมมอง 2D ที่แตกต่างจากภาคหลัก อาจไม่ถูกใจแฟนบางส่วน แต่หากคุณเปิดใจรับแนวทางใหม่และชอบระบบต่อสู้ที่ท้าทาย เรียกได้ว่าเป็นภาคที่พิสูจน์ให้เห็นว่า God of War จะเปลี่ยนแนวแค่ไหน ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง ทั้งความดิบ ความโหด และความเข้มข้นแบบที่แฟน ๆ คุ้นเคย
7/10
จุดเด่น (Pro)
- การเล่าเรื่องเข้มข้น: เจาะลึกอดีตของ Kratos ได้อย่างมีมิติ เชื่อมโยงเหตุการณ์กyับภาคหลักได้อย่างลงตัว
- ระบบต่อสู้มีเอกลักษณ์: การใช้หอกและโล่ทำให้จังหวะการเล่นต่างจากภาคหลัก เน้น Parry และการทำ Stun ที่สะใจ
- โหมด The Pit: โหมด Roguelike เพิ่มความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ และรองรับ Local Co-op
- งานภาพและดีไซน์ฉาก: สไตล์ 2D Side-scrolling ทำได้สวยงามและน่าสำรวจ
จุดสังเกต (Con)
- ความยากช่วงต้นเกม: ผู้เล่นที่ไม่ชินกับแนว Metroidvania หรือระบบ Parry อาจรู้สึกหัวร้อนได้
- การฟาร์มทรัพยากร: การอัปเกรดบางส่วนต้องย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เดิมซ้ำ ๆ
- มุมมอง 2D: แฟนที่ผูกพันกับมุมกล้อง 3D แบบดั้งเดิมอาจต้องใช้เวลาปรับตัว
รีวิวและเขียนบทความโดย ภัคพล บัวโทน (GuidePS4EXPErt)
ขอบคุณบริษัท PlayStation Asia
สำหรับแผ่นเกมส์ที่ให้เรามารีวีวครับ
![]()